คำตอบคือ ไม่ดี ในมุมของผู้ที่มีหน้าที่ดูแลระบบไม้กั้นรถเป็นอย่างมาก รวมไปถึงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุณ์แต่ละครั้งดูเหมือนจะปลอดภัยแต่ในความจริงแล้วอาจจะเกิดความเสียหายต่อรถคันอื่นได้เช่นเดียวกัน แทนที่จะเป็นรถของตัวเองเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นแล้ว ในช่วงตอนไม้กั้นยกขึ้น แล้วลมกระชากแรงอาจจะทำให้ไม้หลุดลงมาฝากสิ่งที่อยู่รอบๆ ได้เช่นเดียวกัน

ทำไม ไม้กั้นชนแล้วหลุด ถึงไม่ดี

ในความเป็นจริงแล้วตัวไม้กั้นแบบนี้ ดูแบบทั่วๆไปถึงประโยชน์ที่จะได้รับ จะเป็นเรื่องที่ดีมากเลยทีเดียว แต่ถ้าหากใช้งานไม่ถูกต้อง หรือการใช้งานไม่เหมาะสม ขาดการได้รับคำแนะนำจากผู้เชียวชาญว่าควรติดตั้งอย่างไร และควรเปลี่ยนเมื่อไร่ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการกระทำของผู้ขับรถรถ หรือจากลมที่มีความแรงจนทำให้ไม้หลุด และสิ่งที่ตามมา ไม่ใช่ความปลอดภัยแต่เป็นเรื่องของความเสียหาย ที่ตามมานั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น

  • การติดตั้งไม้ที่มาความยาวจนเกินไป อาจจะทำให้ไม้หลุดเองได้ในกรณี ที่มีลมกรโชกแรง ทำให้ไม้หลุดลงมาฝากรถ หรือพื้น ทำให้เกิดความเสียหายต่อไม้กั้น หรือถ้ามีคนหรือสิ่งของอยู่ใกล้ๆ อาจจะได้รับความเสียหายไปด้วยนั่นเอง
  • ในกรณีที่มีรถ วิ่งตามกันมาเรื่อยๆ คันหลังเกิดเผลอไปใช้ไม้กั้น ตัวแขนไม้กั้นรถ อาจจะเหวี่ยงไปชนท้ายรถคันหน้า ได้เช่นเดียวกัน
  • อายุการใช้งาน ส่วนใหญ่ในส่วนของตัวไม้มักจะไม่มีปัญหา ปัญหาจะอยู่ที่ตัวจับไม้ เพราะตัวล๊อคจับไม้ส่วนใหญ่เป็นพลาสสติก หรือยาง ซึ่งมีอายุการใช้ที่สั้นสึกหรอง่าย พอใช้ไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มักจะเสื่อม ทำให้การยึดจับไม่แน่น หลุดง่าย ทำให้เกิดอันตรายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
  • เหมาะสำหรับการใช้งานภายใต้อาคาร หรือมีที่กันแดด กันฝน บ้าง เพื่อให้อายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น  ไม่มีแนะนำให้ใช้ในพื้นที่ กลางแจ้งที่อากาศร้อนจนเกินไป ถ้าหากต้องการใช้ แนะนำให้เป็นไม้กั้นชนแล้วหลุดแบบกลม เพราะตัวจับจะมีความแข็งแรงกว่า และเสื่อมสภาพช้า กว่าไม้กั้นแบบเหลี่ยม
  • ไม่เหมาะกับการติดตั้งในลานจอดรถ เพราะสามารถดันไม้ออกได้ แล้วก็ดันกลับคืนได้ ทำให้สามารถเอารถออกได้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าบริการ ในกรณีที่เป็นระบบลานจอดรถคิดเงินแบบอัตโนมัติไม่มีคนเฝ้า

ไม้กั้นชนแล้วหลุด ไม่เหมาะกับที่ไหนบ้าง

สำหรับไม้กั้นประเภทนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพื้นที่ ที่ต้องมีคนคอยเฝ้าเป็นหลัก ไม่เหมาะกับกับที่ที่ไม่มีคนเฝ้า หรือพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง มีการเรียกเก็บชำระค่าบริการต่างๆ เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น

  • ลานจอดรถอัตโนมัติ
  •  โกดังสินค้า
  • อาคารสำนักงาน
  • โรงงานบางแห่ง

ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องการความปลอดภัยในการควบคุมการเข้าออกเป็นอย่างมาก ซึ่งการที่ตัวแขนไม้กั้นสามารถผลักไม้ออกได้นั่นเอง

 

ทางเลือกที่ดีกว่าไม้กั้นชนแล้วหลุด

ระบบที่จะช่วยได้ดีกว่าตัวไม้กั้นชนแล้วหลุดยังมีอีกหลากหลายวิธีที่จะช่วยให้การเข้าออกพื้นที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และป้องกั้นความเสียหายได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

  • เลือก ตู้ไม้กั้นรถ ที่มีระบบ Auto Reverse เมื่อแขนไม้กั้นชนสิ่งกีดขวาง
  • ติดตั้ง ระบบไม้กั้นรถ ที่ระบบป้องกั้นไม้ตีรถ เช่น radar sensor ,Loop Detector, Photo Sensor, ตรวจจับรถ
  • ระบบลดความเร็วปลายแขน
  • ระบบปุ่มกดช่วยเหลือฉุกเฉิน

ในความเป็นจริงแล้วการใช้ไม้กั้นชนแล้วหลุด เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่ใช่ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยส่วนใหญ่แล้วปัญหาจะมาจากพฤติกรรม ผู้ขับรถ และการติดตั้งระบบไม้กั้นรถ ที่ไม่ได้มาตรฐานซะส่วนใหญ่

ภาพตัวอย่าง ตัวล๊อคแขนไม้กั้นชนแล้วหลุดแบบต่างๆ

ไม้กั้นชนแล้วหลุด ไม้เหลี่ยม หน้า 9
ไม้กั้นชนแล้วหลุด ไม้กลม
ไม้กั้นชนแล้วหลุด ไม้เหลี่ยม

สรุป

ไม้กั้นชนแล้วหลุดมีจุดเด่นคือช่วยลดความเสียหายของแขนไม้กั้นและมอเตอร์เมื่อเกิดการชน แต่ก็แลกมาด้วยข้อเสียหลายด้าน ทั้งเรื่องความปลอดภัย การหยุดชะงักของระบบ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และความจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่คอยจัดการหลังเกิดเหตุ

ก่อนตัดสินใจเลือกติดตั้ง ควรพิจารณาลักษณะการใช้งานจริง จำนวนรถที่เข้า-ออก และระดับความปลอดภัยที่ต้องการ หากเป็นพื้นที่ที่ต้องควบคุมการเข้า-ออกอย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกไม้กั้นรถยนต์ที่มีระบบป้องกันการชนและอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในระยะยาว

คำแนะนำ: หากกำลังเลือกซื้อไม้กั้นรถยนต์ อย่าพิจารณาเพียงฟังก์ชัน “ชนแล้วหลุด” แต่ควรเปรียบเทียบระบบความปลอดภัยทั้งหมด เช่น Auto Reverse, radar sensor ,Loop Detector, Photo Sensor, เพื่อให้ได้ระบบที่ตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัยและความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาว.